งานโครงสร้าง คสล.

ขั้นตอนที่ 1 การปรับระดับดิน โดยทั่วไปงานก่อสร้างจะต้องมีการปรับระดับดินให้มีความเหมาะสมกับงาน โดยการถมดิน หรือขุดดิน การถมดินควรเริ่มถมดินก่อนหน้าฝนสักหน่อยเพื่อให้น้ำฝนทำให้ดินที่ถมแน่นขึ้น การถมแบ่งออกได้เป็น2ประเภท คือ
1 การถมแบบบดอัด คือการถมไปทีละชั้นชั้นละประมาณ 30-50 ซม.ขึ้นอยู่กับประเภทลักษณะดินและการกำหนดของผู้ออกแบบ
2.การถมแบบไม่บดอัด คือ แบบถมให้เต็มไปหมดทั้งพื้นที่ในครั้งเดียว แล้วค่อยบดอัดเฉพาะผิวดินด้านบนซึ้งแตกต่างจากการบทอัดไปทีละชั้น ข้อเสียการบดอัดเฉพาะพื้นผิวจะทำให้หน้าดินมีโอกาสยุบตัวได้จะเห็นในภายหลัง
ขั้นตอนที่2 งานฐานราก-เสาเข็ม
1. เข็มตอก เป็นเข็มที่มีราคาถูกเมื่อเทียบกับเข็มเจาะ สามารถทำงานได้รวดเร็ว เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลายาวนาน ส่วนข้อเสียคือ ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนเวลาตอกมากกว่าเข็มทุกประเภท และเกิดแรงอัดลงไปในดินที่ตอกลงไป จึงทำให้อาจจะเกิดการแตกร้าวของบ้านข้างเคียง ซึ้ง ถ้าเป็นการก่อสร้างในที่แคบๆก็จะไม่นิยมใช้
2. เข็มกด เป็นการลดความสะเทือนในการตอกเสาเข็ม ไม่ต้องยุ่งยาก ใช้กับโครงสร้างที่ไม่ใหญ่มากนักหรือรับน้ำหนักมากเช่น โรงรถ กำแพงรั่ว ห้องครัวชั้นเดียว ตลอดไปจนถึงงานเร่งด่วนที่ไม่ต้องใช้ปั่นจั่น
3. เข็มเจาะ ในปัจจุบันเป็นที่นิยมมากขึ้น กรณีที่นำมาใช้กับบ้าน เทคนิค และวิธีการไม่ยุ่งยากมากนัก ราคาก็ไม่แพง เราใช้เข็มเจาะกรณีเมื่อมีความจำเป็นจะต้องตอกเข็มไกล้ๆกับตัวบ้านข้างเคียงเพื่อป้องกันการแตกร้าว
4.ฐานราก คือ กับหัวเสาเข็ม รับน้ำหนักจากเสา ถ่ายลงเสาเข็ม สามารถแบ่งฐานรากเป็นประเภทใหญ่ๆคือ
4.1 ฐานรากแผ่ คือ เป็นฐานรากที่แผ่ไปกับพื้น ไม่มีเข็มรองรับ ใช้สำหรับดินที่แข็งอยู่แล้ว เช่น บริเวณเชิงเขา
4.2 ฐานรากแบบมีเสาเข็ม คือ ใช้ในบริเวณที่มีดินอ่อน เช่น กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล เพราะฐานรากชนิดนี้จะรับน้ำหนักจาก เสา ถ่ายลงเสาเข็มและดินตามลำดับชั้น
4.3 ฐานรากแท่งตอม่อ คือ เป็นฐานคอนกรีตหล่อลึกลงไปในดินและน้ำ จนถึงระดับที่ต้องการ ฐานรากชนิดนี้ไม่ค่อยใช้กับบ้านพักอาศัย
ขั้นตอนการก่อสร้างคาน
1. การตรวจสอบระดับท้องคาน ระดับหลังคาน เพื่อให้ได้ระดับความสูงของบ้าน และความสูงระหว่างชั้นต่อชั้นถูกต้องตามแบบก่อสร้าง และต้องดูว่าเสาตอม่ออยู่ต่ำหรือสูงกว่าระดับ + 0.00 หรือระดับ Offset ที่เสา เพื่อจะได้วางแผนการก่อสร้างได้ถูกต้องและสมดุล
2. ติดตั้งท้องคานเผื่อวางเหล็กเสริม ท้องคานจะมีขนาดเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับแบบก่อสร้าง คานคอดินต้องมีที่ท้องคานวางอยู่บนดินก็จะใช้พื้นดินเป็นท้องคานซึ่งจะทำการเท lean concrete ก่อนแล้วค่อยวางเหล็กเสริม แต่ถ้าคานคอดินอยู่สูงกว่าพื้นดินก็ควรทำนั่งร้านเตี้ยๆ เพื่อวางท้องคานในกรณีที่เป็นคานชั้นที่สูงขึ้นไปจะทำเป็นนั่งร้านสูงหรือตุ๊กตารองรับท้องคาน หรืออาจใช้นั่งร้านสำเร็จรูปก็ได้ นั่งร้านที่รองรับท้องคานต้องสามารถรองรับน้ำหนักคานและน้ำหนักแบบหล่อได้เมื่อเทคอนกรีต
3. การเสริมเหล็กต้องเป็นไปตามแบบก่อสร้างทั้งชนิด ขนาด จำนวนและตำแหน่งการวางเหล็กเสริม การต่อทาบต้องตรงกับตำแหน่งที่เกิดโมเมนต์น้อยที่สุด สำหรับคานเหล็กเสริมบนให้ต่อทาบกลางคาน เหล็กเสริมล่างให้ต่อทาบทิ่ริมเสา เหล็กปลอกระยะห่างตามแบบก่อสร้างกำหนดและต้องเผื่อระยะหุ้มคอนกรีตด้วย
4. เมื่อเสริมเหล็กเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะทำการติดตั้งแบบหล่อโดยแบบหล่อที่ใช้อาจเป็นแบบเหล็กหรือไม้ก็ได้ แบบหล่อต้องได้ดิ่ง มีค้ำยันและตีรัดแบบหล่อให้แข็งแรง
5. หาระดับหลังคานเพื่อใช้ในการเทคอนกรีต ส่วนมากการเทคอนกรีตคานจะเทลดระดับจากหลังคานประมาณ 12 เซนติเมตรเพื่อไว้ก่อสร้างพื้น
6. ก่อนเทคอนกรีตควรทำความสะอาดแบบหล่อ และราดน้ำหรือน้ำปูนแบบหล่อให้ชุ่มก่อนการเทคอนกรีต เพื่อไม่ให้แบบหล่อดูดน้ำจากคอนกรีต
7. ทำการเทคอนกรีตแล้วทำให้คอนกรีตแน่นตัวโดยใช้เครื่องสั่นหรือกระทุ้งด้วยมือ ควรระวังอย่าให้ถูกเหล็กเสริม และต้องตรวจสอบค่ายุบตัวของคอนกรีต และเก็บตัวอย่างคอนกรีตเพื่อทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต ว่าได้ตามที่ระบุไว้ในแบบหรือไม่ ในกรณีที่มีการหยุดเทคานให้หยุดเทที่กลางคานในแนวตั้งฉาก ควรเสียบเหล็ก Dowel เมื่อเทคอนกรีตแล้วก่อนคอนกรีตแข็งตัวความยาวตามแบบก่อสร้างในกรณีที่ใช้พื้นสำเร็จรูป
8. เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้ว ประมาณ 1 – 2 วัน สามารถถอดแบบข้างคานได้ แต่ยังคงค้ำยันไว้จนกว่าจะได้ 15 วันหรือ 20 วันนับจากวันหล่อ
9. เมื่อถอดแบบแล้ว จะทำการบ่มคอนกรีตเพื่อให้คอนกรีตพัฒนากำลังได้ต่อเนื่อง อาจใช้พลาสติกคลุม หรือใช้น้ำยาบ่มคอนกรีต บ่มชื้นอย่างน้อย 8 วัน
ขั้นตอนการก่อสร้างเสา
เสาเป็นองค์อาคารในแนวดิ่งทำหน้าที่รับน้ำหนักจากหลังคา ผนัง พื้น คาน และถ่ายสู่ฐานราก ในการก่อสร้างเสาคอนกรีตเสริมเหล็กสามารถทำได้ดังนี้
1.ตรวจสอบจนาดว่าเสามีความกว้างความสูงเท่าไหร่โดยการดูจากแบบแบบที่ได้มา
2.เสริมเหล็ก โดยเหล็กจะมีทั้งเหล็กแกนและเหล็กปลอก การผูกเหล็กปลอกเข้ากับเหล็กแกนคือ ต้องผูดเหล็กแกนหลักเข้ากับมุมของเหล็กปลอกแล้วแต่จะมีเหล็กเสริมกี่เส้น
3.การต่อทาบเหล็กแกนเสาจะต้องเป็นไปตามแบบก่อสร้างหรือมาตรฐาน ว.ส.ท. กำหนด
4.เมื่อเสริมเหล็กเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำการติดตั้งแบบหล่อเสา โดยที่แบบหล่ออาจจะเป็นไม้หรือเหล็กก็ได้ ทำการเสียบเหล็กที่แบบหล่อหรือเสียบภายหลังถอดแบบหล่อแต่ต้องอุดด้วยปูน grout ยาวออกจากเสาประมาณ 35-45 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการร้าวเมื่อก่อผนัง และจะต้องเช็คดิ่งทุกครั้งเพื่อไม่ให้เสามีขนาดผิดไปจากแบบ จากมาตรฐาน ว.ส.ท. ยอมให้ขนาดของเสาคลาดเคลื่อนไปจากแบบในทางลบไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ในทางบวกไม่เกิน 12 มิลลิเมตร
5.ติดตั้งอุกรณ์ค้ำยันแบบหล่อเสาให้แข็งแรงสามารถรับแรงดันคอนกรีตได้โดยไม่แตก พร้อมที่จะเทคอนกรีต
6.หาระดับเทคอนกรีตโดยเทียบจากระดับอ้างอิงในกรณีที่เป็นเสาชั้น 1 แต่ถ้าเป็นเสาที่มีการก่อสร้างพื้นเสร็จแล้วอาจเทียบระดับจากระดับพื้นได้ และราดน้ำแบบหล่อให้ชุ่ม เพื่อลดอุณหภูมิและการดูดน้ำจากคอนกรีต
7.เทปูนซีเมนต์ผสมกับทรายลงไปจำนวนหนึ่งก่อน เพื่อที่เคลือบผิวแบบหล่อและเหล็กเสริม
8.เทคอนกรีตอาจเทโดยถังปูน กระบะ (Buckets) หรือเทผ่านท่อผ้าใบก็ได้ ซึ่งสามารถลดการแยกตัวของคอนกรีต
9. อาจหยุดเทคอนกรีตที่ระดับต่ำกว่าท้องคานประมาณ 3 เซนติเมตร เพื่อสะดวกต่อการวางท้องคาน
10.เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้ว ประมาณ 2-3 วันก็สามารถถอดแบบข้างเสาได้ซึ่งอาจจะเร็วกว่าก็ได้ขึ้นอยู่กับคอนกรีตที่ใช้ และจะทำการบ่มคอนกรีตทันที